สินเชื่อ ธอส.ล่อใจคนซื้อบ้าน ซื้อคอนโด


ตลาดอสังหาฯ ช่วงปลายปีเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง รับมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่ได้ประกาศไปเมื่อ 13 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจำนองเหลือ 0.01% เป็นเวลา 6 เดือน และการปล่อยสินเชื่อซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ดอกเบี้ยคงที่อัตราพิเศษจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่ผ่อนปรน ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มคนซื้อบ้าน ซื้อคอนโด จำนวนมาก

ทั้งนี้เป็นเพราะ ธอส.ได้ผ่อนปรนสัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio-DSR) จากเดิมคิด 33% เพิ่มเป็น 40-50% ของรายได้สุทธิต่อเดือน ทำให้คนที่มีรายได้สุทธิ 20,000 บาท สามารถกู้ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ได้ในราคา 2 ล้านบาท หรือรายได้สุทธิ 10,000 บาท ก็มีสิทธิกู้ซื้อบ้าน ซื้อคอนโดได้ในราคา 1 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติในการกู้ซื้อบ้านซื้อคอนโดของธนาคารทั่วไป ซึ่งถ้าราคาบ้าน ราคาคอนโด 1 ล้านบาทอย่างน้อยจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำประมาณ 20,000 บาทจึงจะกู้ได้

ธอส.ได้กำหนดเงื่อนไขการกู้ไว้ดังนี้

    * กู้ซื้อที่ดินพร้อมบ้าน, ซื้อคอนโด, ปลูกสร้างบ้าน, ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน (ได้ทั้งซื้อบ้านใหม่ คอนโดใหม่และซื้อบ้านมือสอง)
    * ไม่สามารถรีไฟแนนซ์หรือเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในบัญชีเดิม กู้เพื่อต่อเติม กู้เพื่อไถ่จำนอง และกู้เพิ่มเติมจากบัญชีเดิมที่มีอยู่แล้ว
    * ผู้กู้ต้องมีรายได้สุทธิต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาท หมายถึง รายได้หลังจากการหักภาระหนี้สินที่สามารถตรวจสอบผ่านระบบเคนดิตบูโรได้เป็นหลัก
    * วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบ้าน กรณีนี้อาจซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ราคาเกิน 3 ล้านบาทได้ แต่วงเงินกู้สูงสุดที่ธนาคารจะให้กู้คือไม่เกิน 3 ล้านบาท
    * ระยะเวลายื่นกู้และทำเซ็นสัญญาภายใน 1 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 หรือตามกรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท (อาจเพิ่มวงเงินได้หากมีผู้ต้องการมาก)
    * กู้ได้นาน 30 ปี
    * อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.50% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.25% ปีที่ 3 และตลอดสัญญากู้ 30 ปี อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี (ลูกค้าสวัสดิการ) และอัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี (ลูกค้าทั่วไป) ปัจจุบัน  MRR อยู่ที่ 6.75% ต่อปี
    * เอกสารที่ใช้ในการยื่นกู้

        1.เอกสารแสดงรายได้สำหรับผู้กู้ที่มีอาชีพประจำ ประกอบด้วยสลิปเงินเดือนหรือใบรับรองเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน สมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 12 เดือน
        ส่วนผู้กู้ที่มีอาชีพอิสระต้องมีสมุดบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินฝากหมุนเวียนย้อนหลัง 12 เดือน สำเนาทะเบียนการค้าหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีเป็นต้น

        2.เอกสารแสดงข้อมูลส่วนตัว บัตรประชาชนหรือบัตรข้าชการ ทะเบียนบ้านทุกหน้า ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่อใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล

        3.เอกสารหลักประกัน สำเนาโฉนดที่ดิน กรณีซื้อบ้านมือสองต้องมีสำเนาโฉนดที่ดินที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องจากเจ้าพนักงานที่ดิน และสำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย ใบเสร็จการผ่อนดาวน์

        และที่สำคัญคือ ธอส.ไม่ติดสิทธิผู้ที่เคยมีประวัติติดแบล็คลิสต์ หรือเคยมีประวัติชำระหนี้ล่าช้าหรือไม่สม่ำเสมอ เพียงแต่ว่าผู้กู้ต้องปิดบัญชีเคลียร์หนี้ที่เคยค้างชำระให้มีสถานะเป็น 0 เท่านั้น โดยธนาคารก็จะพิจารณาเป็นรายๆไป

        จึงถือว่ามาตราการสินเชื่ออัตราพิเศษของ ธอส.รอบนี้เป็นการช่วยเหลือให้ผู้มีราบได้น้อยและปานกลางสามารถกู้ได้ง่ายขึ้น และแบ่งเบาภาระผ่อนในช่วง 3 ปีแรกเป็นหลัก

        แต่ด้วยอัตราเงินผ่อนค่างวดที่แม้จะอยู่ในอัตราค่อนข้างต่ำคือรายได้สุทธิ 10,000 บาทต่อเดือนกู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาท และผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 5,000 กว่าบาท แต่เมื่อเทียบกับรายได้สุทธิที่เหลืออีกเพียง 5,000 บาทสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่ผู้กู้จะแบกรับได้ และอาจเป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้มากขึ้นได้ในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : home.co.th


Tag : ความรู้เรื่องบ้าน, บทความเกี่ยวกับบ้าน, การตกแต่งบ้าน, ไอเดียตกแต่งบ้าน, ฮวงจุ้ยบ้าน, เทคนิคการซื้อบ้าน, ผลวิจัยเกี่ยวกับบ้าน