บ้านโฮมออฟฟิศ


อดีตนายก ส.บริหารทรัพย์สินฯ ยันสามารถเปิดสถานประกอบการในคอนโดฯ-บ้านจัดสรรได้แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ชี้ส่วนใหญ่ลักลอบใช้ประกอบการเชิงพาณิชย์ ทำให้เกิดความเสียหายและไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย

นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ IRM และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการใช้ที่พักอาศัยและอาคารผิดประเภทเกิดขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากผู้อยู่อาศัยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคล ทำให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ ตามมา อาทิ ผลต่อมูลค่าทรัพย์สิน เนื่องจากความไม่เป็นระเบียบของชุมชนและการอยู่อาศัย และทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยเพราะจะมีคนเข้า-ออกโครงการอยู่ตลอดเวลา อาจมีการโจรกรรมหรือการเกิดอัคคีภัยจากการประกอบการได้

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้โครงการมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่มขึ้น เนื่องจากความถี่ในการใช้ทรัพย์สินส่วนกลางทำให้เกิดความเสื่อมได้เร็วกว่าโครงการพักอาศัยทั่วไป ดังนั้น โครงการที่ระบุให้บางส่วนสามารถประกอบการเชิงพาณิชย์ได้จะต้องระบุให้ต้องเสียค่าส่วนกลางมากกว่าการอยู่อาศัยแบบปกติ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้พื้นที่ส่วนกลางว่ามีมากน้อยแค่ไหน

นายธนันทร์เอกกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปจะต้องมีการระบุวัตถุประสงค์ในการขออนุญาตก่อสร้างซึ่งจะต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด หากเป็นโครงการบ้านและคอนโดฯ ที่ระบุว่าเป็นที่พักอาศัยอย่างเดียวไม่สามารถนำไปใช้เป็นสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ได้

อย่างไรก็ตาม มีบางโครงการที่มีการขออนุญาตก่อสร้างเพื่อพักอาศัยและประกอบการพาณิชย์ได้บางส่วน ซึ่งในข้อบังคับจะต้องกำหนดว่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เลขที่เท่าไหร่ที่สามารถประกอบการเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งผู้ประกอบการมืออาชีพมักจะระบุไว้ในลักษณะนี้ หากกระบุในข้อบังคับว่าที่บางส่วนสามารถใช้ประกอบการพาณิชย์ จะต้องมีทางเข้า-ออกแยกจากส่วนการพักอาศัย ซึ่งเรื่องนี้กฎหมายบังคับไว้ชัดเจน

“หากโครงการคอนโดฯ หรือหมู่บ้านจัดสรรต้องการให้ใช้พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ได้ จะต้องมีการควบคุมและระบุประเภทที่ต้องมีบริการนั้น ๆ อย่างชัดเจน เช่น มีบริการนั้น ๆ ต้องจำเป็นต่อการอยู่อาศัย และต้องจำกัดประเภทของการประกอบการ เช่น ห้ามมีร้านสุราหรือสถานบันเทิง หรือธุรกิจสร้างความเดือนร้อนให้กับการอยู่อาศัย และต้องมีการควบคุมราคาและค่าบริการเพื่อประโยชน์ของผู้พักอาศัย นอกจากนี้ ผู้บริหารทรัพย์สินจะต้องคอยดูแลเรื่องข้อบังคับว่าควรจะมีบริการใดที่เหมาะสม หากมีสถานประกอบการรวมอยู่กับการพักอาศัยจะต้องอยู่ในกฎระเบียบ เช่น ห้ามนำของมาวางหน้าห้อง หรือร้านอาหารจะต้องดูแลเรื่องควันและดูแลเรื่องความสะอาด รวมทั้งห้ามวางรองเท้าไว้หน้าห้องเพราะจะทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ เป็นต้น” นายธนันทร์เอกกล่าว

นอกจากนี้ อดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินฯ กล่าวว่า หากมีการร้องเรียนว่ามีการใช้งานไม่ถูกต้องตามที่ขออนุญาตไว้ เช่น หากมีการใช้อาคารผิดประเภทแล้วมีคนไปร้องเรียน ภาครัฐจะเป็นผู้เสียหายมาฟ้องกับโครงการ หรือหากนิติบุคคลเกิดความเสียหายผู้บริหารทรัพย์สินจะต้องดำเนินการฟ้องร้องกับผู้ที่กระทำผิด และดำเนินการให้ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมหรือมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย

“ผู้อยู่อาศัยจะต้องรู้จักบทบาทของตนเองและปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่นั้น ๆ และผู้บริหารทรัพย์มืออาชีพจะต้องออกประกาศอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ว่าห้ามทำอะไรในโครงการบ้าง ส่วนผู้ประกอบการจะต้องมีความชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง” นายธนันทร์เอกกล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ddproperty.com


Tag : ความรู้เรื่องบ้าน, บทความเกี่ยวกับบ้าน, การตกแต่งบ้าน, ไอเดียตกแต่งบ้าน, ฮวงจุ้ยบ้าน, เทคนิคการซื้อบ้าน, ผลวิจัยเกี่ยวกับบ้าน